
สวัสดีครับทุกท่านหลังจากห่างหายมานาน พอดีเมื่อวานได้มีโอกาสชมภาพยนตร์สงครามโค่นพันธุ์อสูร 4 (Underworld 4 Awakening) มาซึ่งถือว่าความสนุกสมกับค่าเงินที่เข้าไปดูเลยทีเดียว วันนี้เลยจะเกริ่นเนื้อเรื่องกันสักหน่อยสำหรับคนที่กำลังมีแพลนจะไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้ รวมถึงคนที่ไปดูมาแล้วสามารถแบ่งปันความคิดเห็นกันได้ครับ
ชื่ออังกฤษ : Underworld 4 : Awakening
ชื่อไทย : สงครามโค่นพันธุ์อสูร 4
ประเภทหนัง : Action,Sci-fi, Fantasy, Horror
วันที่เข้าฉาย : 19 มกราคม 2555
ผู้กำกับ : Mans Marlind, Bjorn Stein
ผู้แต่ง : Kevin Grevioux, Danny McBride, J. Michael Straczynski, Len Wiseman, John Hlavin, Allison Burnett
ผลิตโดย : Gary Lucchesi, Tom Rosenberg, Richard S. Wright, Len Wiseman
นักแสดงหลัก : Kate Beckinsale, Sandrine Holt, Theo James, Michael Ealy, India Eisley
ความยาวหนัง : 1 ชั่วโมง 28 นาที (โดยประมาณ)
เรทภาพยนตร์ : ไทย
ภาษา : ไทย / อังกฤษ
เรทอายุผู้ชม : ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป
ระดับความสนุก : 9/10
ระดับความคุ้มค่า : 10/10
ส่วนรีวิวด้านล่างเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลและมีการสปอยล์เนื้อเรื่องบ้างส่วน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านภาพยนตร์สงครามโค่นพันธุ์อสูร (Underworld) จัดได้ว่าเป็นภาพยนตร์ภาคต่อที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ซึ่งการันตีได้จากกำไรของตัวหนัง 3 ภาคแรกที่ผ่านมา โดยนางเอกของเรื่อง 'เซลีน' รับบทบาทโดย 'เคท เบคคินเซล' กลับมาสานต่อความมันที่ยังค้างคาจากภาค 3 ซึ่งผู้ชมยังสงสัยว่าทำไมตอนจบภาค 3 สงครามระหว่าง 'ไลแคน' กับ 'แวมไพร์' ดูเหมือนยังไม่สิ้นสุด รวมถึงความรักต้องห้ามระหว่างแวมไพร์และไลแคน
กว่าพันปีก่อนหน้าเหตุการณ์ใน Underworld ภาคแรก สองเผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตผิดธรรมชาติได้ถือกำเนิดขึ้น จากสายเลือดของลูกชายคนละคนของอเล็กซานเดอร์ คอร์วินัส ผู้มีชีวิตอมตะคนแรก เหล่าแวมไพร์ ที่ถือกำเนิดมาจากสายเลือดของมาร์คัส กลายเป็นผีดูดเลือดเจ้าเล่ห์และหยิ่งยะโส ในขณะที่พวกมนุษย์หมาป่ากลายเป็นสัตว์ร้ายป่าเถื่อนกระหายความรุนแรง แวมไพร์กลายเป็นผู้ครอบครองดินแดนรกร้าง แต่กระนั้นพวกเขาก็ยังหวาดกลัวมนุษย์หมาป่าผู้ซึ่งมีพละกำลังมหาศาลและความ ป่าเถื่อนโหดเหี้ยม และแล้วความบังเอิญทางด้านพันธุกรรมก็ได้เปลี่ยนแปลงสมดุลอำนาจอีกครั้ง

การดำเนินเรื่องในภาค 'Underworld 4 Awakening' เมื่อมนุษย์ได้รับรู้ถึงการคงอยู่ของเผ่าอมนุษย์จึงก่อให้เกิดเหตุการณ์กวาดล้างเผ่าพันธุ์โดยเตรียมอาวุธซึ่งเป็นกระสุนเงินรวมถึงอาวุธที่มีแสนยานุภาพจนในที่สุดเมื่อพวกเขาพยายามที่จะตามกำจัด เซลีน และ 'ไมเคิล' รับบทบาทโดย 'สก็อตต์ สปีดแมน' จนเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และต้องแยกจากคนรักในที่สุด
หลังจากเกิดเหตุการณ์กวาดล้างเธอซึ่งหลับใหลกว่าทศวรรษ ได้พบว่าตัวเองตื่นขึ้นมาในห้องทดลองปริศนาซึ่ง เซลีน ถูกแช่แข็งแต่ทว่ามีใครบางคนช่วยเหลือเธอออกมา โดยภายหลัง เซลีนได้รู้ความจริงว่าเธอถูกจับมาทดลองอยู่ในบริษัท 'แอนติเจน' เพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง หลังจากที่เธอพยายามหลบหนีออกมาจนสำเร็จเธอไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามีคนแอบคอยติดตามอยู่จนกระทั่งเขาเปิดเผยตัวขึ้นระหว่างที่เซลีนกำลังจะจนมุมและเธอทราบในภายหลังว่าเขาคือแวมไพร์เกิดใหม่ 'เดวิด' รับบทบาทโดย 'ธีโอ เจมส์'

โดยเหตุการณ์ต่อมาทั้งคู่ได้พบเด็กสาวคนหนึ่งที่กำลังถูกไลแคนกัดจึงเข้าไปช่วยเหลือ เธอมีชื่อว่า 'อีฟ' รับบทบาทโดย 'อินเดีย ไอส์ลีย์' พวกเขาพยายามหลบหนีอย่างไม่คิดชีวิตเดวิดจึงตัดสินใจพาทุกคนกลับไปยังรังแวมไพร์ของตัวเองเพื่อหาคนรักษาจนรู้ว่า 'อีฟ' เป็นลูกสาวของเธอแต่การที่แผลของเธอไม่สมานตัวเพราะว่าไม่ได้ดื่มเลือดจึงไม่เกิดการกระตุ้นเซลส์เพื่อซ่อมแซมตัวเอง
แต่ดูเหมือนว่าทางศัตรูคู่อาฆาตกลับตามมาแก้แค้นส่งผลให้เกิดการต่อสู้อย่างดุเดือดจนผลสุดท้าย 'เซลีน' รับรู้ว่าไลแคนได้พัฒนาตัวเองเก่งกว่าที่เจอกันคราวก่อนและพ่ายแพ้ในที่สุดและลูกสาวของเธอ อีฟ ถูกจับตัวไป เซลีนจึงพยายามคิดหาหนทางและได้ติดต่อกับมนุษย์ที่เป็นนักสืบ รับบทบาทโดย 'ไมเคิล อีลี' เพื่อต่อกรกับบริษัท 'แอนติเจน' ที่เนื้อในเป็นไลแคนที่ยังหลงเหลือและพัฒนาพันธุกรรมให้โหดและร้ายกว่าเดิม สุดท้ายนี้การต่อสู้ที่มีลูกสาวของเธอเป็นเดิมพันรวมถึงไมเคิลคนที่เธอรักมากที่สุดจะเป็นเช่นไรสามารถติดตามชมที่โรงภาพยนตร์ใกล้บ้านคุณได้เลยครับ...

บทสรุป ฉากต่อสู้โดยรวมถือว่าทำออกมาได้ดีมาก คงเป็นผลพ่วงมาจากผู้กำกับหน้าใหม่ มานส์ มาร์ลินด์ และ บยอร์น สไตน์ จากฝั่งของยุโรป ที่เลือกจะกำกับภาคนี้โดยใส่ลูกเล่นอย่าง 3D เข้าไปในหนังเช่นเดียวกับผีชีวะภาค 4 อย่าง Resident Evil : Afterlife ที่ในด้านระบบ 3D ของหนังในภาคนี้นั้นก็ถือว่าทำออกมาได้ในระดับมาตรฐาน โดยในด้านความมีมิติ หนา บาง ลึก ตื้น นั้นยังถือว่าพอมองออกอยู่ในหลายฉาก ส่วนถ้าใครหวังจะดูฉากทะลุจอนั้นก็อาจจะผิดหวังเล็กน้อยเพราะว่าหนังไม่ได้เน้นสิ่งเหล่านั้นมากสักเท่าไหร่ และสำหรับด้านฉากแอ็คชั่นที่ถือว่าเป็นจุดขายของหนังชุดโค่นพันธุ์อสูรในภาคนี้นั้น ก็ต้องขอชมผู้กำกับ และสามารถบอกได้เต็มปากเลยว่า 'นี้คือภาคที่มันส์ที่สุด' เพราะถึงแม้ว่าฉากแอ็คชั่น และ คิวบู๊ ทั้งหลายนั้นอาจจะไม่สดใหม่และไม่ได้แปลกตาแต่ก็ทำให้ผู้ชมรู้สึกลุ้นระทึกได้ตลอดทั้งเรื่อง
ส่วนฉากจบของภาคนี้ถือว่าผิดหวังเล็กน้อย จุดเสียเพียงอย่างเดียวที่ให้คะแนนติดลบคงเป็นการดำเนินเนื้อเรื่องที่สามารถเดาได้ง่ายไปหน่อยรวมถึงการดำเนินฉากที่เน้นโทนมืดเป็นหลักแต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็จัดได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่สนุกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว...
รีวิวภาพยนตร์ สงครามโค่นพันธุ์อสูร 4 (Underworld 4 Awakening) โดย Sora_Plus
หากนำบทความไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย
www.deksearch.com